日本人担当まで気軽にお問い合わせください。

จ้าง Influencer ในไทยอย่างไร? วิธีเลือกคนที่เหมาะกับแบรนด์และไม่เสียงบเปล่า

เมื่อแบรนด์ต้องการใช้ Influencer สิ่งที่มักติดอยู่ตอนเริ่มต้นคือ ควรจ้างใคร ควรติดต่อเจ้าตัวโดยตรงได้หรือไม่ ควรใช้เอเจนซี่หรือไม่ และต้องตรวจสอบเงื่อนไขลึกแค่ไหน

แพลตฟอร์มที่ใช้มีหลายแบบ เช่น Instagram, TikTok, YouTube และ Facebook อีกทั้งประเภทของ Influencer กลุ่มผู้ติดตาม และวิธีเล่าเรื่องที่ถนัดก็แตกต่างกัน การเลือกคนที่มีผู้ติดตามมากที่สุดเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้แปลว่าจะได้ผลเสมอไป

โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ความงาม และสินค้า/บริการไลฟ์สไตล์ ควรตรวจสอบทั้งโทนของคอนเทนต์ กลุ่มผู้ติดตาม ประสบการณ์งาน PR ที่ผ่านมา ความเข้ากับแบรนด์ และเงื่อนไขการใช้งานคอนเทนต์หลังโพสต์ก่อนตัดสินใจจ้าง

บทความนี้จะสรุปตั้งแต่วิธีจ้าง Influencer รูปแบบหลัก ความแตกต่างระหว่างการติดต่อโดยตรงกับการจ้างผ่านเอเจนซี่ จุดที่ควรดูตอนคัดเลือก การทำบรีฟ เงื่อนไขการโพสต์ สิทธิ์การนำคอนเทนต์ไปใช้ต่อ ไปจนถึงการวัดผล ให้ผู้รับผิดชอบฝ่ายการตลาดที่เริ่มทำครั้งแรกเข้าใจได้ง่าย

สิ่งที่ควรคิดก่อนจ้าง Influencer

ก่อนเริ่มแคมเปญ Influencer สิ่งแรกที่ควรกำหนดไม่ใช่ว่าจะใช้ใคร

แต่คือเป้าหมายของแคมเปญ

ถ้าต้องการเพิ่มการรับรู้แบรนด์ ทำให้คนเข้าใจสินค้าและบริการมากขึ้น เพิ่มการเข้าร้านหรือเข้าพักโรงแรม หรือเชื่อมไปสู่การสอบถามและการจอง Influencer ที่ควรเลือก รูปแบบคอนเทนต์ และตัวชี้วัดที่ควรดูย่อมแตกต่างกัน

หากเริ่มหาคนโดยที่เป้าหมายยังไม่ชัดเจน มักตัดสินใจจากจำนวนผู้ติดตามหรือภาพลักษณ์ภายนอกเป็นหลัก ผลคืออาจมีการโพสต์จริง แต่ไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่เข้ากับภาพลักษณ์แบรนด์ หรือประเมินผลลัพธ์ไม่ได้

ก่อนจ้าง ควรกำหนดให้ชัดเจนอย่างน้อย 3 เรื่องต่อไปนี้

สิ่งที่ต้องกำหนด สิ่งที่ควรตรวจสอบ
ต้องการสื่อสารถึงใคร คนไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ คนญี่ปุ่น ชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย อายุ ความสนใจ หรือกลุ่มเฉพาะอื่น ๆ
ต้องการสื่อสารอะไร จุดเด่นของสินค้า/บริการ คุณค่าของประสบการณ์ เหตุผลที่ควรมาใช้บริการ ช่องทางจอง หรือรายละเอียดแคมเปญ
จะวัดผลจากอะไร การรับรู้ Reach การบันทึกโพสต์ คลิก การสอบถาม การจอง การเข้าร้าน หรือยอดขาย

เมื่อ 3 เรื่องนี้ชัดเจน ความแม่นยำในการคัดเลือก Influencer และการทำบรีฟจะสูงขึ้นมาก

วิธีจ้าง Influencer มีแบบไหนบ้าง

วิธีจ้าง Influencer ในไทยแบบต่าง ๆ สำหรับธุรกิจ

วิธีจ้าง Influencer แบ่งได้หลัก ๆ เป็น 4 รูปแบบ ไม่มีวิธีใดที่ถูกต้องที่สุดเสมอไป เพราะวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดแคมเปญ ทรัพยากรภายในบริษัท ภาษาที่ต้องใช้ และระดับการจัดการที่ต้องการ

วิธีจ้าง เหมาะกับกรณี ข้อควรระวัง
ติดต่อ Influencer โดยตรง มีคนที่อยากจ้างชัดเจน และต้องการเริ่มทดลองในขนาดเล็ก ต้องตรวจสอบผู้ที่เหมาะสม เจรจาราคา จัดการโพสต์ และรวบรวมรายงานเอง
จ้างผ่านเอเจนซี่หรือสังกัด ต้องการใช้หลายคน หรือต้องการควบคุมแบรนด์และการจัดการแคมเปญ มีค่าบริการหรือค่าบริหารจัดการ แต่ช่วยให้คัดเลือกและตรวจโพสต์ได้ง่ายขึ้น
ใช้แพลตฟอร์ม ต้องการค้นหาคนจำนวนมากและเปรียบเทียบตามเงื่อนไข อาจตัดสินจากตัวเลขง่ายเกินไป และยังต้องตรวจความเข้ากับแบรนด์เพิ่มเติม
ให้ทีมในบริษัทจัดการเอง มีทีม SNS ภาษาไทย/อังกฤษ และทรัพยากรด้าน Project Management ภายใน เมื่อจำนวนคนเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงเรื่องการตกหล่นและภาระการจัดการจะสูงขึ้น

หากเป็นงานขนาดเล็กและมีคนที่อยากจ้างชัดเจนอยู่แล้ว การติดต่อโดยตรงอาจเพียงพอ แต่หากต้องใช้หลายคนพร้อมกัน ต้องสื่อสารหลายภาษา หรือต้องประสานวันถ่ายทำในโรงแรม/แหล่งท่องเที่ยว การมีเอเจนซี่หรือทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยจะปลอดภัยกว่า

นอกจากนี้ ไม่ใช่ Influencer ทุกคนที่จะรับงานจากการติดต่อโดยตรง บางคนมีเอเจนซี่ บริษัทบริหารจัดการ MCN สังกัด หรือสัญญากับแบรนด์บางประเภทอยู่แล้ว ทำให้แม้จะติดต่อเจ้าตัวโดยตรงก็อาจรับงานไม่ได้

เรื่องนี้เกิดได้ทั้งกับ Influencer คนไทยและ KOL ต่างชาติ โดยเฉพาะคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ครีเอเตอร์บน YouTube หรือ TikTok หรือ KOL ที่ทำงานหลายประเทศ ช่องทางรับงานอาจเป็นต้นสังกัดหรือผู้จัดการ ไม่ใช่ตัวบุคคลโดยตรง

ดังนั้น แม้ตั้งใจจะติดต่อโดยตรง ก็อาจต้องดำเนินการผ่านเอเจนซี่หรือผู้จัดการในทางปฏิบัติ ก่อนจ้างควรตรวจสอบโปรไฟล์ ช่องทางติดต่อ งาน PR ที่ผ่านมา และการระบุสังกัดให้ชัดเจน

ข้อดีและข้อควรระวังของการติดต่อ Influencer โดยตรง

ข้อดีที่ใหญ่ที่สุดของการติดต่อ Influencer โดยตรงคือมีโอกาสควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า

เพราะไม่มีค่าบริการเอเจนซี่ งานโพสต์เดี่ยวหรืองาน PR ขนาดเล็กจึงอาจดำเนินการได้ค่อนข้างเรียบง่าย อีกทั้งการสื่อสารกับเจ้าตัวโดยตรงทำให้ถ่ายทอดเจตนาของแบรนด์ได้ชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม การติดต่อโดยตรงก็มีข้อควรระวัง

อย่างแรก บริษัทต้องคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมเอง ไม่ใช่ดูแค่จำนวนผู้ติดตาม แต่ต้องตรวจสอบคุณลักษณะของผู้ติดตาม Engagement คอนเทนต์ที่ผ่านมา ความเป็นธรรมชาติของโพสต์ PR และความเข้ากับแบรนด์

นอกจากนี้ การเจรจาราคา ตรวจคอนเทนต์ จัดการวันโพสต์ ขอแก้ไข และรวบรวมรายงานหลังโพสต์ต้องทำเองทั้งหมด หากเป็นคนเดียวอาจยังจัดการได้ แต่เมื่อเพิ่มเป็น 5 หรือ 10 คน การสื่อสารและการตรวจสอบจะซับซ้อนขึ้นทันที

นอกจากนี้ อาจจำเป็นต้องสื่อสารเป็นภาษาไทย แม้ Influencer บางคนจะใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่เมื่อต้องอธิบายรายละเอียด ขอแก้ไข หรือยืนยันเงื่อนไขสัญญา การสื่อสารภาษาไทยมักจำเป็น

การติดต่อโดยตรงจึงเหมาะกับกรณีที่มีคนที่ต้องการจ้างชัดเจน และบริษัทมีทรัพยากรด้าน SNS รวมถึงภาษาเพียงพอ

ข้อดีและข้อควรระวังของการจ้างผ่านเอเจนซี่

ข้อดีของการจ้างเอเจนซี่ Influencer Marketing คือสามารถมอบหมายตั้งแต่การคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม การจัดการแคมเปญ การตรวจโพสต์ ไปจนถึงรายงานผลได้ในภาพรวม

ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญสำหรับตลาดในประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะสัญชาติ เช่น ญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลี วิธีเลือก Influencer มีผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก

การใช้เอเจนซี่ช่วยให้ดำเนินงานได้เป็นระบบ ทั้งการคัดเลือกตามเป้าหมายแคมเปญ การทำบรีฟ การจัดตารางโพสต์ การตรวจคอนเทนต์ก่อนโพสต์ และการรวบรวมตัวเลขหลังโพสต์

เมื่อต้องใช้ Influencer หลายคน การมีเอเจนซี่คั่นกลางช่วยลดความแตกต่างของวันโพสต์และเนื้อหาได้ง่ายขึ้น หากเป็นโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว อีเวนต์ หรือการถ่ายทำที่หน้าร้าน ซึ่งต้องนัดหมายและประสานสถานที่จริง ภาระด้านการจัดการก็จะลดลง

ในทางกลับกัน การจ้างเอเจนซี่มีค่าบริการหรือค่าบริหารจัดการ หากต้องการจ้างเพียงคนเดียวเพื่อโพสต์แบบง่าย ๆ อาจรู้สึกว่าต้นทุนสูงกว่าการติดต่อโดยตรง

นอกจากนี้ เอเจนซี่แต่ละแห่งมีความถนัดต่างกัน บางแห่งแข็งแรงด้าน Influencer คนไทย บางแห่งแข็งแรงด้าน KOL ต่างชาติ บางแห่งถนัด TikTok หรือบางแห่งเชี่ยวชาญโรงแรมและการท่องเที่ยว

เมื่อเลือกเอเจนซี่ จึงไม่ควรดูแค่ราคา แต่ควรตรวจสอบว่าสามารถเสนอ Influencer ที่เหมาะกับอุตสาหกรรมและกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ได้หรือไม่ รวมถึงจัดการโพสต์และรายงานผลได้หรือไม่

ควรติดต่อโดยตรงหรือจ้างผ่านเอเจนซี่

การเลือกว่าจะติดต่อโดยตรงหรือจ้างผ่านเอเจนซี่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายแคมเปญและทรัพยากรภายในบริษัท

หากเป็นโพสต์ครั้งเดียว มี Influencer ที่ต้องการจ้างชัดเจน และทีมภายในสามารถสื่อสารภาษาไทยหรืออังกฤษได้ การติดต่อโดยตรงก็สามารถทำได้ เหมาะกับกรณีที่ต้องการคุมงบหรือเริ่มทดลองขนาดเล็ก

ในทางกลับกัน หากต้องใช้หลายคน ไม่มั่นใจเรื่องการคัดเลือก หรืออยากให้มีการตรวจโพสต์และรายงานผลอย่างเป็นระบบ การจ้างเอเจนซี่จะปลอดภัยกว่า

โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ศูนย์การค้า ร้านอาหาร การแพทย์/ความงาม หรือ B2B ที่ต้องรักษาภาพลักษณ์แบรนด์ คุณภาพและโทนของคอนเทนต์มีความสำคัญมาก

แคมเปญ Influencer ไม่ควรจบแค่โพสต์เผยแพร่แล้ว แต่ควรดูว่าเข้าถึงใคร โพสต์แบบไหนได้รับปฏิกิริยา และควรปรับอะไรในครั้งถัดไป

หากทำเป็นครั้งแรก แม้จะเป็นการทดสอบขนาดเล็ก ก็อาจเริ่มจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะขั้นตอนคัดเลือกและทำบรีฟได้

จุดที่ควรดูในการคัดเลือก Influencer

เช็กลิสต์การเลือก Influencer ให้เหมาะกับแบรนด์

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดในการเลือก Influencer คือการตัดสินจากจำนวนผู้ติดตามอย่างเดียว

จำนวนผู้ติดตามเป็นตัวเลขที่เข้าใจง่าย แต่ไม่เพียงพอในการประเมินผลลัพธ์ สิ่งสำคัญคือผู้ติดตามเหล่านั้นใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์หรือไม่

เช่น หากต้องการสื่อสารกับวัยรุ่นไทย ผู้หญิงที่อาศัยในกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่ม Influencer ที่ควรเลือกย่อมแตกต่างกัน

จุดที่ควรตรวจสอบ สิ่งที่ควรดู
คุณลักษณะของผู้ติดตาม อายุ เพศ พื้นที่อยู่อาศัย สัญชาติ ความสนใจ
Engagement ปฏิกิริยา เช่น Like, Comment, Save, Share เป็นธรรมชาติหรือไม่
คอนเทนต์ที่ผ่านมา โทนภาพ/วิดีโอ ภาษา ความถี่ในการโพสต์ และสมดุลกับโพสต์ปกติ
ความเป็นธรรมชาติของโพสต์ PR ดูเป็นโฆษณาเกินไปหรือไม่ และกระทบความสัมพันธ์กับผู้ติดตามหรือไม่
ความเข้ากับแบรนด์ ระดับราคา ภาพลักษณ์ และกลุ่มเป้าหมายของสินค้า/บริการตรงกันหรือไม่

โรงแรมระดับพรีเมียม ร้านอาหารแบบสบาย ๆ สถานที่สำหรับครอบครัว คลินิกความงาม และบริการ B2B ล้วนต้องการโทน Influencer ที่ต่างกัน

ในการคัดเลือก Influencer จึงควรดูมากกว่าตัวเลข แต่ต้องดูบริบทของคอนเทนต์และความสัมพันธ์กับผู้ติดตามด้วย

ตารางให้คะแนนเพื่อเปรียบเทียบ Influencer แต่ละคน

ตารางให้คะแนนเพื่อเปรียบเทียบ Influencer แต่ละคนก่อนจ้าง

เวลาคัดเลือก Influencer ไม่ควรตัดสินทีละคนจากความรู้สึกเท่านั้น แต่ควรเปรียบเทียบด้วยเกณฑ์เดียวกันเพื่อลดความเสี่ยงในการเลือกผิด

โดยเฉพาะเมื่อมีผู้สมัครหลายคน ควรให้คะแนนจากหลายด้าน เช่น คุณลักษณะของผู้ติดตาม คุณภาพของคอมเมนต์ โพสต์ PR ที่ผ่านมา ความเข้ากับแบรนด์ และความสามารถในการส่งรายงาน ไม่ใช่ดูแค่จำนวนผู้ติดตาม

หัวข้อประเมิน สิ่งที่ควรดู วิธีให้คะแนน
คุณลักษณะของผู้ติดตาม ตรงกับสัญชาติ อายุ เพศ พื้นที่อยู่อาศัย และความสนใจของกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ให้คะแนน 1–5
คุณภาพของคอมเมนต์ มีคอมเมนต์หรือคำถามที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาจริงหรือไม่ ให้คะแนน 1–5
โพสต์ PR ที่ผ่านมา ดูเป็นธรรมชาติหรือดูเป็นโฆษณามากเกินไป และผู้ติดตามตอบสนองอย่างไร ให้คะแนน 1–5
ความเข้ากับแบรนด์ ระดับราคา ภาพลักษณ์ และสถานการณ์การใช้บริการเข้ากับแบรนด์หรือไม่ ให้คะแนน 1–5
ความร่วมมือด้านการวัดผล สามารถส่ง Insight, Story View, จำนวนคลิก หรือรายงานหลังโพสต์ได้หรือไม่ ให้คะแนน 1–5

ผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงที่สุดไม่ได้แปลว่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป แต่การเปรียบเทียบด้วยเกณฑ์เดียวกันจะช่วยให้บริษัทอธิบายได้ชัดเจนขึ้นว่า “ทำไมจึงเลือกคนนี้”

ตรวจ Follower ปลอมและ Engagement ที่ผิดปกติ

วิธีตรวจ Follower ปลอมและ Engagement ที่ผิดปกติก่อนจ้าง Influencer

แม้ Influencer จะมีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่หากมีผู้ติดตามที่ซื้อมา หรือมีบัญชีที่แทบไม่เคลื่อนไหวจำนวนมาก ผลลัพธ์จริงก็อาจไม่เกิดขึ้น

การตรวจ Follower ปลอมให้แม่นยำ 100% ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูสัญญาณหลายอย่างร่วมกัน

จุดที่ควรตรวจสอบ สัญญาณที่ควรระวัง
การเติบโตของผู้ติดตาม ผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ
เนื้อหาคอมเมนต์ มีคอมเมนต์เป็นแค่อีโมจิ ข้อความสั้น ๆ หรือไม่เกี่ยวกับโพสต์จำนวนมาก
บัญชีผู้ติดตาม มีบัญชีที่ไม่มีรูปโปรไฟล์ ไม่มีโพสต์ หรือชื่อดูผิดปกติจำนวนมาก
ผลตอบรับของโพสต์ PR โพสต์ PR มีผลตอบรับต่ำกว่าโพสต์ปกติอย่างชัดเจน
ความเป็นธรรมชาติของ Engagement ปฏิกิริยาน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดตาม หรือได้ตัวเลขใกล้เคียงกันผิดปกติทุกครั้ง

การใช้เครื่องมือตรวจสอบช่วยได้ แต่ไม่ควรตัดสินจากเครื่องมืออย่างเดียว ควรดูคอมเมนต์ บัญชีผู้ติดตาม โพสต์ที่ผ่านมา และผลตอบรับของโพสต์ PR ด้วยสายตาด้วย

หากกำลังพิจารณาจ้างจริง ควรตรวจสอบด้วยว่าสามารถขอ Audience Insight, Story View, ผลงาน PR ที่ผ่านมา หรือค่า Reach เฉลี่ยได้หรือไม่

ทำไมการเลือกจากจำนวนผู้ติดตามอย่างเดียวจึงเสี่ยง

Influencer ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากอาจมีประโยชน์ต่อการสร้างการรับรู้

แต่จำนวนผู้ติดตามที่มากไม่ได้แปลว่าจะนำไปสู่ยอดขาย การจอง หรือการสอบถามเสมอไป

ความผิดพลาดที่พบบ่อย ปัญหาที่มักเกิดขึ้น
เข้าถึงคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย มี Reach แต่ไม่เชื่อมไปสู่การเข้าร้าน การจอง หรือการสอบถาม
โทนโพสต์ไม่เข้ากับแบรนด์ ภาพลักษณ์แบรนด์และคอนเทนต์ไม่สอดคล้องกัน
Engagement ต่ำ ปฏิกิริยาไม่สัมพันธ์กับจำนวนผู้ติดตาม ทำให้ประเมินอิทธิพลจริงได้ยาก
มีโพสต์ PR มากเกินไป ผู้ติดตามอาจมองว่าเป็นโฆษณามากเกินไป
ช่องทางหลังโพสต์อ่อน ไม่เชื่อมไปสู่การบันทึก คลิก หรือการจอง

เช่น แม้จะมีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่หากผู้ติดตามส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ก็อาจไม่เหมาะกับการดึงคนเข้าร้านในพื้นที่เฉพาะ หรือหากใช้ Influencer สายบันเทิงวัยรุ่นกับการ PR โรงแรมระดับพรีเมียม ก็อาจไม่เข้ากับภาพลักษณ์แบรนด์

ในทางกลับกัน Influencer ที่ผู้ติดตามไม่มากแต่เชี่ยวชาญเฉพาะประเภทและมีความไว้วางใจกับผู้ติดตาม อาจสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่า

ในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ความงาม และการศึกษา สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่จำนวนผู้ติดตาม แต่คือได้รับความไว้วางใจจากใคร

ทำไมธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหารจึงควรให้ความสำคัญกับ Influencer

ความสำคัญของ Influencer Marketing สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหารในไทย

Influencer Marketing ไม่ได้เหมาะเฉพาะกับเครื่องสำอางหรือแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับธุรกิจที่ต้องสื่อสารประสบการณ์ เช่น โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ศูนย์การค้า และกิจกรรมต่าง ๆ

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ภาคการท่องเที่ยวมีความสำคัญสูง โดย TAT ระบุว่าในปี 2024 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 35 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 1.8 ล้านล้านบาท อีกทั้งตั้งเป้าปี 2025 ไว้ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 36–39 ล้านคน และรายได้ 1.98–2.23 ล้านล้านบาท ข้อมูลอ้างอิงจาก TAT

กล่าวคือ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีผลต่อโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ค้าปลีก แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ดังนั้นการตลาดของธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหารจึงควรคิดมากกว่าผู้บริโภคในประเทศ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าต้องการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวจากประเทศใด

ตลาดญี่ปุ่นก็ไม่ควรมองข้าม โดย TAT ระบุว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึง 18 กันยายน 2025 มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมาไทยมากกว่า 767,000 คน เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อีกทั้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นพักเฉลี่ย 6 คืน ใช้จ่ายประมาณ 39,000 บาทต่อคน และเป็นตลาดที่สนใจวัฒนธรรม การท่องเที่ยวโดยชุมชน และ Wellness ข้อมูลอ้างอิงจาก TAT

ดังนั้นในการทำแคมเปญ Influencer ควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่า ต้องการสื่อสารกับคนไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือเจาะตลาดใด เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี หรือยุโรป/อเมริกา

หากต้องการเข้าถึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น วิธีใช้ SNS ข้อมูลที่สร้างความเชื่อมั่น และจุดที่ควรสื่อสารจะแตกต่างจากการเข้าถึงนักท่องเที่ยวจีน เช่นเดียวกับตลาดเกาหลี ยุโรป/อเมริกา ไต้หวัน หรือฮ่องกงที่มีพฤติกรรมการรับข้อมูลต่างกัน

ดังนั้นสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าจะใช้ Influencer คนไทยหรือไม่ แต่ต้องคิดว่าจะสื่อสารกับประเทศใด ภาษาใด และกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบไหน

อย่างไรก็ตาม วิธีใช้ KOL ต่างชาติมีรายละเอียดมากตามสัญชาติและแพลตฟอร์ม จึงควรแยกอธิบายในบทความเฉพาะจะเข้าใจง่ายกว่า อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ้าง KOL ต่างชาติ

ขั้นตอนพื้นฐานในการจ้าง Influencer

ขั้นตอนการจ้าง Influencer สำหรับแคมเปญการตลาด

แคมเปญ Influencer จะลดความเสี่ยงได้มากขึ้น หากไม่เลือกผู้ที่เหมาะสมจากความรู้สึก แต่ดำเนินการตามลำดับที่ชัดเจน ขั้นตอนพื้นฐานมีดังนี้

1. กำหนดเป้าหมายของแคมเปญ

กำหนดว่าต้องการเพิ่มการรับรู้ กระตุ้นการเข้าร้าน เพิ่มการจอง ทำให้เข้าใจสินค้า หรือเพิ่มผู้ติดตาม SNS เป้าหมายจะกำหนดทั้งคนที่ควรเลือก รูปแบบคอนเทนต์ และตัวชี้วัด

2. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

กำหนดว่าต้องการสื่อสารกับคนไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ คนญี่ปุ่น หรือคนที่อาศัยในกรุงเทพฯ หากไม่ชัดเจนว่าจะสื่อสารกับใคร ก็ประเมินผู้ที่เหมาะสมได้ยาก

3. เลือกแพลตฟอร์ม SNS

Instagram เหมาะกับการสื่อสารด้วยภาพ TikTok เหมาะกับการกระจายคอนเทนต์วิดีโอสั้น YouTube เหมาะกับการอธิบายลึกและการค้นหาระยะยาว ส่วน Facebook ยังเป็นช่องทางรับข้อมูลที่สำคัญในไทย

4. คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม

ตรวจสอบไม่ใช่แค่จำนวนผู้ติดตาม แต่รวมถึงคุณลักษณะผู้ติดตาม คอนเทนต์ที่ผ่านมา งาน PR ก่อนหน้า Engagement และความเข้ากับแบรนด์

5. ตรวจสอบเงื่อนไข

ตรวจสอบจำนวนโพสต์ รูปแบบโพสต์ วันโพสต์ สถานที่ถ่ายทำ จำนวนครั้งที่แก้ไขได้ สื่อที่ใช้ ระยะเวลาที่โพสต์จะคงอยู่ เงื่อนไขการลบ สิทธิ์การนำไปใช้ต่อ สื่อที่ใช้ต่อได้ และการส่งรายงาน

6. ทำบรีฟ

สรุปข้อความหลักที่ต้องการสื่อสาร คำหรือการแสดงออกที่ควรหลีกเลี่ยง ข้อมูลที่ต้องใส่ในโพสต์ แฮชแท็ก ลิงก์ และคูปอง

7. ตรวจคอนเทนต์ก่อนโพสต์

ตรวจสอบชื่อแบรนด์ ชื่อสินค้า ราคา สถานที่ วิธีจอง และเงื่อนไขแคมเปญว่าถูกต้องหรือไม่ แต่ควรรักษาวิธีเล่าเรื่องที่เป็นธรรมชาติของ Influencer ไว้ด้วย

8. ตรวจตัวเลขหลังโพสต์

ตรวจ Reach, Impression, Engagement, Save, Click, จำนวนการจอง และการสอบถาม สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่โพสต์เผยแพร่แล้ว แต่ต้องดูตัวเลขที่ใช้ปรับปรุงครั้งถัดไป

วิธีทำบรีฟให้ไม่พลาด

ในแคมเปญ Influencer คุณภาพของบรีฟส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของโพสต์

หากบรีฟคลุมเครือ คอนเทนต์อาจหลุดจากเจตนาของแบรนด์ แต่ถ้าละเอียดเกินไป ก็อาจทำให้ความเป็นตัวตนของ Influencer หายไปและกลายเป็นโพสต์ที่ดูเป็นโฆษณามากเกินไป

บรีฟที่ดีควรมีอย่างน้อยหัวข้อต่อไปนี้

หัวข้อ เนื้อหา
เป้าหมายแคมเปญ การรับรู้ การเข้าร้าน การจอง การสอบถาม ความเข้าใจสินค้า
สินค้า/บริการที่ต้องการแนะนำ จุดเด่น ราคา วิธีใช้ รายละเอียดประสบการณ์
กลุ่มเป้าหมาย ต้องการสื่อสารกับใคร
ข้อความหลัก สิ่งที่ต้องการให้พูดถึงในโพสต์
คำหรือการแสดงออกที่ควรหลีกเลี่ยง การกล่าวเกินจริง การฟันธง หรือภาษาที่ไม่เข้ากับแบรนด์
รูปแบบโพสต์ Feed, Reels, TikTok, YouTube, Stories
วันโพสต์ วันที่ต้องการ เวลาโพสต์ ระยะเวลาแคมเปญ
แฮชแท็ก/เมนชัน แท็กที่กำหนด บัญชีแบรนด์ แท็กแคมเปญ
ลิงก์/คูปอง ลิงก์จอง LINE เว็บไซต์ โปรโมโค้ด
หัวข้อรายงาน Reach, Impression, Click, Save, การสอบถาม

สิ่งที่ควรระวังคือ ไม่ใช่แค่บอกว่าอยากให้พูดอะไร แต่ต้องระบุด้วยว่าไม่อยากให้พูดอะไร

เช่น ในกลุ่มการแพทย์ ความงาม สุขภาพ การเงิน และอสังหาริมทรัพย์ ควรหลีกเลี่ยงการกล่าวเกินจริงหรือการฟันธงเกินไป แม้แต่โรงแรมหรือแหล่งท่องเที่ยวก็ควรระวังไม่ให้สื่อสารต่างจากบริการจริง

บรีฟควรถ่ายทอดความต้องการของแบรนด์ แต่ยังต้องเหลือภาษาและโลกของ Influencer ไว้ เพราะผู้ติดตามต้องการเห็นความรู้สึกหรือประสบการณ์ของคนนั้น ไม่ใช่ข้อความโฆษณาของบริษัท

ดังนั้น บรีฟที่ดีควรเป็นเอกสารเพื่อกำหนดทิศทางร่วมกัน ไม่ใช่บทพูดตายตัว

ตัวอย่าง Influencer Brief พร้อมวิธีเขียน

ตัวอย่าง Influencer Brief สำหรับแบรนด์ที่ต้องการจ้าง Influencer

ตารางก่อนหน้านี้สรุปหัวข้อที่ควรใส่ในบรีฟ ส่วนด้านล่างคือตัวอย่างว่าแบรนด์ควรเขียนแต่ละหัวข้ออย่างไรเมื่อต้องส่งให้ Influencer

หัวข้อในบรีฟ ตัวอย่างการเขียน
เป้าหมายแคมเปญ ต้องการเพิ่มการรับรู้เมนูใหม่ และเพิ่มการจองผ่าน LINE
กลุ่มเป้าหมาย ผู้หญิงไทย อายุ 25–40 ปี อาศัยในกรุงเทพฯ สนใจร้านอาหารและคาเฟ่
ข้อความหลักที่ต้องการสื่อ ร้านอยู่ใกล้สถานี ถ่ายรูปสวย และเหมาะกับการมาทานอาหารกับเพื่อน
สิ่งที่ต้องพูดถึง ชื่อร้าน สถานีที่ใกล้ที่สุด วิธีจอง LINE Official Account และช่วงเวลาแคมเปญ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง การฟันธงผลลัพธ์ การเปรียบเทียบคู่แข่งโดยตรง และการระบุราคาที่ไม่ตรงกับความจริง
รูปแบบโพสต์ Instagram Reels 1 ชิ้น และ Story 3 เฟรม
การตรวจงานก่อนโพสต์ ส่ง Draft ก่อนวันโพสต์ 3 วัน โดยแบรนด์ตรวจเฉพาะข้อมูลร้านและความถูกต้องของข้อความ
วิธีวัดผล ตรวจ UTM Link, จำนวนเพิ่มเพื่อน LINE, จำนวนจอง และจำนวนใช้คูปอง

สิ่งสำคัญของบรีฟไม่ใช่การควบคุมทุกอย่างอย่างละเอียด แต่คือการแยกระหว่างส่วนที่ให้ Influencer ถ่ายทอดอย่างเป็นธรรมชาติ กับเงื่อนไขที่แบรนด์จำเป็นต้องรักษาไว้

โดยเฉพาะข้อมูลร้าน ราคา วิธีจอง เงื่อนไขแคมเปญ และข้อความเกี่ยวกับการแพทย์ ความงาม หรือสุขภาพ ควรตรวจสอบก่อนโพสต์ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

ระยะเวลาที่โพสต์คงอยู่และสิทธิ์การนำไปใช้ต่อที่ควรตรวจสอบก่อนจ้าง

เงื่อนไขระยะเวลาโพสต์และสิทธิ์การนำคอนเทนต์ Influencer ไปใช้ต่อ

เมื่อต้องจ้าง Influencer ควรตรวจสอบไม่ใช่แค่เนื้อหาโพสต์ แต่รวมถึงการใช้งานหลังโพสต์ด้วย

ประเด็นสำคัญคือโพสต์จะคงอยู่ต่อไปหรือจะถูกลบหลังระยะเวลาหนึ่ง

Influencer บางคนอาจเสนอเงื่อนไขว่าหลังโพสต์ 30 วัน 45 วัน หรือ 60 วันจะลบโพสต์ออก หากเป็น Stories ที่หายตามรูปแบบแพลตฟอร์มถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับ Feed, Reels, TikTok หรือวิดีโอ YouTube หากเป็นไปได้ควรกำหนดให้โพสต์คงอยู่ต่อ

หากโพสต์ยังคงอยู่ หลังแคมเปญจบแล้วก็ยังมีโอกาสถูกเห็นผ่านการค้นหา การเข้าชมโปรไฟล์ การบันทึก หรือการแชร์ แต่หากสัญญากำหนดให้ลบในระยะสั้น จะได้ผลเฉพาะช่วงหลังโพสต์ และกลายเป็นสินทรัพย์ระยะยาวได้ยาก

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสิทธิ์การนำคอนเทนต์ไปใช้ต่อ เช่น แบรนด์สามารถนำโพสต์ รูปภาพ หรือวิดีโอของ Influencer ไปใช้ใน SNS เว็บไซต์ โฆษณา Landing Page หรือเอกสารขายได้หรือไม่ ต้องตกลงล่วงหน้า

หากไม่ได้รวมสิทธิ์การใช้งานต่อไว้ หลังโพสต์แล้วอาจต้องจ่ายเพิ่ม หรือไม่สามารถนำสื่อไปใช้ในโฆษณาหรือเว็บไซต์ของบริษัทได้

หัวข้อที่ควรตรวจสอบมีดังนี้

หัวข้อที่ต้องตรวจสอบ เนื้อหา
ระยะเวลาที่โพสต์คงอยู่ โพสต์จะยังอยู่หลังแคมเปญ หรือถูกลบหลัง 30/45/60 วัน
เงื่อนไขการลบ Influencer ลบได้เองหรือจำเป็นต้องมีการตกลงล่วงหน้า
สิทธิ์การนำไปใช้ต่อ แบรนด์ใช้ใน SNS เว็บไซต์ โฆษณา หรือเอกสารขายได้หรือไม่
ระยะเวลาการใช้งาน ใช้ได้ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หรือระยะเวลาอื่น
สื่อที่ใช้ได้ ใช้เฉพาะโพสต์ Organic หรือใช้ในโฆษณาได้ด้วย
ขอบเขตของสื่อ รวมรูปภาพ วิดีโอ คลิปที่ไม่ได้โพสต์ หรือ Thumbnail หรือไม่

หากไม่ต้องการให้แคมเปญ Influencer จบแค่โพสต์ครั้งเดียว ควรตรวจสอบระยะเวลาที่โพสต์คงอยู่และสิทธิ์การนำไปใช้ต่อตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนโพสต์และในรายงานหลังโพสต์

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนโพสต์และตัวชี้วัดในรายงานหลังโพสต์

ก่อนโพสต์ควรตรวจสอบชื่อแบรนด์ ชื่อสินค้า รายละเอียดบริการ ราคา สถานที่ วิธีจอง และข้อมูลแคมเปญว่าถูกต้องหรือไม่

โดยเฉพาะโรงแรม ร้านค้า อีเวนต์ และแหล่งท่องเที่ยว หากเวลาเปิดทำการ ที่อยู่ รายละเอียดบริการ หรือเงื่อนไขการจองผิด อาจทำให้ผู้ใช้สับสน

ในทางกลับกัน หากแก้ทุกถ้อยคำมากเกินไปก่อนโพสต์ ความเป็นตัวตนของ Influencer จะหายไป จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้อง แต่รักษาความเป็นธรรมชาติของภาษาไว้ให้มากที่สุด

หลังโพสต์ ควรดูไม่ใช่แค่ว่าโพสต์เผยแพร่แล้วหรือไม่ แต่ต้องดูว่ามีปฏิกิริยาแบบใดเกิดขึ้น

ตัวเลขที่ควรดูขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแคมเปญ

เป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ควรดู
เพิ่มการรับรู้ Reach, Impression, Video Views
ตรวจสอบความสนใจ Like, Comment, Save, Share
เข้าร้าน/จอง Link Click, การใช้คูปอง, จำนวนการจอง, การสอบถาม
กระตุ้นการพิจารณา Save, Profile Visit, Website Traffic
ปรับปรุงครั้งถัดไป ความต่างของแต่ละโพสต์ ผลลัพธ์ของแต่ละ Influencer แนวโน้มของแต่ละ SNS

แคมเปญ Influencer ไม่ควรตัดสินจากโพสต์เดียว แต่ควรเปรียบเทียบหลายโพสต์และหลายคน เพื่อดูว่าประเภท วิธีเล่าเรื่อง และ SNS แบบใดเหมาะกับแบรนด์

ความผิดพลาดที่พบบ่อยในแคมเปญ Influencer

ความผิดพลาดที่พบบ่อยในแคมเปญ Influencer Marketing

ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือเริ่มทำโดยที่การออกแบบล่วงหน้ายังไม่เพียงพอ

ข้อแรกคือการเลือกจากจำนวนผู้ติดตามอย่างเดียว แม้ผู้ติดตามจะมาก แต่ถ้าไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายก็ไม่เชื่อมไปสู่ผลลัพธ์

ข้อที่สองคือไม่ตรวจสอบความเข้ากับแบรนด์ หากโทนโพสต์หรือภาษาที่ใช้ไม่เข้ากับแบรนด์ งาน PR จะดูไม่เป็นธรรมชาติ

ข้อที่สามคือบรีฟไม่ชัดเจน หากสิ่งที่ต้องสื่อสารหรือสิ่งที่ห้ามพูดไม่ชัด อาจต้องแก้หลังโพสต์หรือเนื้อหาไม่ตรงกับเจตนาของแบรนด์

ข้อที่สี่คือไม่ตรวจสอบเงื่อนไขโพสต์ เช่น หลังโพสต์แล้วถูกลบ ใช้ต่อไม่ได้ หรือใช้ในโฆษณาไม่ได้ ซึ่งเกิดขึ้นได้จริง

ข้อที่ห้าคือการจัดการโพสต์ไม่ครบ หากไม่ตรวจสอบวันโพสต์ เวลาโพสต์ แฮชแท็ก เมนชัน ลิงก์ หรือคูปอง ก็วัดผลแคมเปญทั้งหมดได้ยาก

ข้อที่หกคือไม่มีการวัดผล หากพอใจแค่โพสต์เผยแพร่แล้ว ก็จะไม่สามารถปรับปรุงครั้งถัดไปได้

หากทำแคมเปญ Influencer ด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ความสามารถในการทำซ้ำจะต่ำลง การกำหนดล่วงหน้าว่าจะเลือกใคร สื่อสารอะไร จ้างด้วยเงื่อนไขใด และดูตัวเลขอะไร จะช่วยให้ปรับปรุงแคมเปญครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น

ควรคิดเรื่องค่าใช้จ่ายในการจ้าง Influencer อย่างไร

ค่าใช้จ่ายในการจ้าง Influencer แตกต่างตามจำนวนผู้ติดตาม แพลตฟอร์ม รูปแบบโพสต์ ประเภทงาน การถ่ายทำ สิทธิ์การนำไปใช้ต่อ และขนาดแคมเปญ

โดยทั่วไป ยิ่งผู้ติดตามมาก ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งสูง และวิดีโอมักมีต้นทุนสูงกว่าโพสต์ภาพ โดยเฉพาะ TikTok หรือ YouTube ที่ต้องถ่ายทำและตัดต่อ ควรคำนึงถึงภาระการผลิตด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรคิดงบจากราคาต่อโพสต์เพียงอย่างเดียว

สิ่งสำคัญคือแคมเปญทั้งหมดต้องการบรรลุอะไร

เช่น บางกรณีการใช้ Micro Influencer หลายคนอาจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นธรรมชาติกว่าการใช้ Influencer รายใหญ่คนเดียว ในทางกลับกัน หากต้องการสร้างการรับรู้ในระยะสั้น การใช้คนที่มี Reach สูงก็อาจเหมาะกว่า

เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่าย ควรดูมากกว่าราคาต่อโพสต์ แต่ต้องคิดว่าต่อเป้าหมายแล้วคาดหวังผลได้แค่ไหน เช่น Reach, Engagement, Click, Save, การสอบถาม และการจอง

รายละเอียดราคาควรแยกอธิบายในบทความค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะ ในบทความนี้ สิ่งสำคัญคือเข้าใจก่อนว่า ค่าใช้จ่ายไม่ได้กำหนดจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย KOL Marketing

ควรใช้ Influencer กี่คน

จำนวน Influencer ที่ควรใช้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและงบประมาณของแคมเปญ

หากเป้าหมายคือการเพิ่มการรับรู้ การใช้หลายคนเพื่อเพิ่มจำนวนครั้งที่ผู้บริโภคเห็นแบรนด์เป็นวิธีหนึ่ง หากต้องการเข้าถึงประเภทงานหรือพื้นที่เฉพาะ การผสม Influencer ที่มีความน่าเชื่อถือหลายคน แม้ผู้ติดตามไม่มาก ก็อาจได้ผล

ในทางกลับกัน หากต้องการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์อย่างชัดเจนหรือสร้างกระแส อาจวางแผนโดยใช้ Influencer ที่มีอิทธิพลสูงเป็นแกนหลัก

หากทำแคมเปญ Influencer เป็นครั้งแรก การเริ่มจากการทดสอบขนาดเล็กอาจดีกว่าการใช้งบประมาณใหญ่ตั้งแต่แรก

ทดลองกับ Influencer ไม่กี่คนเพื่อดูว่าโพสต์แบบใดเหมาะ แพลตฟอร์มใดได้ผล และกลุ่มใดตอบสนอง จากนั้นใช้ผลลัพธ์นั้นปรับจำนวนคนและการจัดสรรงบในแคมเปญถัดไป

สิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวนคน แต่คือการผสมผสานนั้นเหมาะกับเป้าหมายหรือไม่

ข้อควรระวังเมื่อต้องการสื่อสารกับชาวต่างชาติ

กลุ่มเป้าหมายของแคมเปญ Influencer ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนไทย

ธุรกิจโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ศูนย์การค้า กิจกรรม การแพทย์และความงาม อาจต้องการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย

ในกรณีนั้น ไม่ควรพิจารณาเฉพาะ Influencer คนไทย แต่ควรพิจารณา Influencer ที่เหมาะกับตลาดเป้าหมาย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป/อเมริกา ไต้หวัน หรือฮ่องกง

แคมเปญสำหรับชาวต่างชาติไม่ใช่แค่เปลี่ยนภาษาเท่านั้น แต่แต่ละประเทศและพื้นที่มี SNS ที่ใช้บ่อย วิธีเล่าเรื่องที่ชอบ และข้อมูลที่สร้างความเชื่อมั่นแตกต่างกัน

เช่น สำหรับตลาดญี่ปุ่น ความมั่นใจ ประสบการณ์ที่ชัดเจน วิธีเดินทาง วิธีจอง และราคาที่เข้าใจง่ายอาจสำคัญมาก ส่วนตลาดภาษาจีนมีพฤติกรรมการใช้ SNS และการค้นหาที่ต่างกัน จึงอาจต้องพิจารณาแพลตฟอร์มอื่นนอกเหนือจาก Instagram หรือ TikTok

ดังนั้นแคมเปญ Influencer สำหรับชาวต่างชาติจึงควรแยกกลยุทธ์ตามสัญชาติและภาษา

อย่างไรก็ตาม บทความนี้จะไม่ลงลึกรายละเอียดการจ้าง KOL ต่างชาติมากเกินไป เพราะควรแยกเป็นบทความเฉพาะเพื่ออธิบายให้ชัดเจนกว่า อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ้าง KOL ต่างชาติ

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนจ้าง Influencer

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนจ้าง Influencer สำหรับแคมเปญการตลาด

หากต้องการจ้าง Influencer สิ่งแรกที่ควรเตรียมไม่ใช่รายชื่อ Influencer

แต่ควรกำหนดเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย จุดเด่นของสินค้า/บริการ งบประมาณคร่าว ๆ และรูปแบบคอนเทนต์ที่ต้องการ

หากเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ไว้ล่วงหน้า การคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมและการประเมินราคา จะราบรื่นขึ้น

ข้อมูลที่ควรเตรียม เนื้อหา
ภาพรวมสินค้า/บริการ ต้องการแนะนำอะไร
กลุ่มเป้าหมาย ต้องการสื่อสารกับใคร
เป้าหมายแคมเปญ การรับรู้ การเข้าร้าน การจอง การสอบถาม
SNS ที่ต้องการใช้ Instagram, TikTok, YouTube, Facebook
รูปแบบโพสต์ที่ต้องการ Feed, Reels, วิดีโอ TikTok, วิดีโอ YouTube, Stories
ช่วงเวลาการดำเนินงาน วันที่ต้องการโพสต์ ระยะเวลาแคมเปญ วันถ่ายทำ
มีการถ่ายทำหรือไม่ ถ่ายที่ร้าน ถ่ายประสบการณ์ ส่งสินค้าให้ รีวิวอีเวนต์
งบประมาณคร่าว ๆ ค่าโพสต์ ค่าถ่ายทำ ค่าบริหารจัดการเอเจนซี่ ค่าโฆษณา
ผลลัพธ์ที่อยากดูหลังโพสต์ Reach, Save, Click, การจอง, การสอบถาม
ความต้องการใช้คอนเทนต์ต่อ ใช้ใน SNS บริษัท เว็บไซต์ โฆษณา หรือเอกสารขายหรือไม่

หากยังไม่ได้เตรียมข้อมูลเหล่านี้แล้วเริ่มหา Influencer จะประเมินได้ยากว่าผู้ที่เหมาะสมใดดีหรือไม่ดี

ในทางกลับกัน หากเป้าหมายและเงื่อนไขชัดเจน จะเลือก Influencer ที่เหมาะกับแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ดูแค่จำนวนผู้ติดตาม

เพราะการใช้ SNS และประเภทของ Influencer มีความหลากหลาย การออกแบบตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ

Checklist สุดท้ายก่อนจ้าง Influencer

สุดท้าย ก่อนตัดสินใจจ้าง Influencer อย่างเป็นทางการ ควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้

รายการตรวจสอบ สิ่งที่ต้องเช็ก
เป้าหมายชัดเจนหรือไม่ กำหนดแล้วว่าจะวัดผลจากการรับรู้ การเข้าร้าน การจอง หรือการสอบถาม
กลุ่มเป้าหมายชัดเจนหรือไม่ รู้ว่าต้องการสื่อสารกับใคร เช่น สัญชาติ อายุ ความสนใจ หรือพื้นที่
คุณลักษณะของผู้ติดตามตรงหรือไม่ ผู้ติดตามของ Influencer ใกล้เคียงกับลูกค้าเป้าหมายของแบรนด์
คอมเมนต์เป็นธรรมชาติหรือไม่ มีคอมเมนต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาและดูเป็นบทสนทนาจริง
โพสต์ PR ที่ผ่านมาดูธรรมชาติหรือไม่ ไม่ดูเป็นโฆษณามากเกินไป และผลตอบรับไม่ผิดปกติ
ตรวจเงื่อนไขโพสต์แล้วหรือไม่ ตรวจจำนวนโพสต์ รูปแบบโพสต์ วันโพสต์ จำนวนครั้งที่แก้ไข และเงื่อนไขการลบแล้ว
ตรวจสิทธิ์การนำไปใช้ต่อแล้วหรือไม่ ตรวจแล้วว่าสามารถใช้ใน SNS เว็บไซต์ หรือโฆษณาของแบรนด์ได้หรือไม่
เตรียมบรีฟแล้วหรือไม่ มีเป้าหมาย ข้อความหลัก สิ่งที่ห้ามพูด รูปแบบโพสต์ และขั้นตอนตรวจงานชัดเจน
กำหนดวิธีวัดผลแล้วหรือไม่ มี UTM, LINE, คูปอง, QR Code หรือวิธีตรวจจำนวนจอง
กำหนดหัวข้อรายงานแล้วหรือไม่ กำหนดตัวเลขที่จะดู เช่น Reach, Impression, Click, Save และการสอบถาม

การตรวจ Checklist นี้ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจจากจำนวนผู้ติดตามหรือราคาเพียงอย่างเดียว และทำให้สามารถทบทวนผลลัพธ์หลังแคมเปญได้ง่ายขึ้น

บริการ Influencer Marketing ของ DAYZERO

DAYZERO ตั้งอยู่ในไทยและให้บริการ Influencer Marketing, KOL Marketing และ SNS Promotion สำหรับบริษัทและแบรนด์

เรารองรับทั้งแคมเปญสำหรับตลาดในประเทศ PR สำหรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและต่างชาติ โปรโมชันสำหรับโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ศูนย์การค้า รวมถึงแคมเปญ SNS ที่ผสานกับการผลิตวิดีโอ

ในการทำแคมเปญ Influencer สิ่งสำคัญไม่ใช่การแนะนำคนที่มีผู้ติดตามมากที่สุด แต่คือการออกแบบโดยคำนึงถึงเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ภาพลักษณ์แบรนด์ เนื้อหาโพสต์ เงื่อนไขการโพสต์ และการวัดผล

หากเป็นการจ้างครั้งแรก หรือเคยทำแคมเปญแล้วแต่ไม่เห็นผลชัดเจน ควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายก่อน

FAQ

ก่อนจ้าง Influencer ควรเตรียมอะไรบ้าง?

ควรกำหนดเป้าหมายแคมเปญ กลุ่มเป้าหมาย ภาพรวมสินค้า/บริการ SNS ที่ต้องการใช้ รูปแบบโพสต์ ช่วงเวลาดำเนินงาน และงบประมาณคร่าว ๆ ก่อน การหาคนควรเริ่มหลังจากชัดเจนแล้วว่าต้องการสื่อสารอะไรกับใคร

สามารถติดต่อ Influencer โดยตรงได้หรือไม่?

สามารถทำได้ โดยติดต่อผ่าน DM หรืออีเมล แต่ต้องจัดการเองตั้งแต่การคัดเลือก เจรจาราคา ทำบรีฟ ตรวจโพสต์ ไปจนถึงการรวบรวมรายงาน นอกจากนี้ บางคนอาจมีสังกัดหรือสัญญากับเอเจนซี่ ทำให้ไม่สามารถรับงานโดยตรงได้

ควรติดต่อโดยตรงหรือจ้างผ่านเอเจนซี่ดีกว่า?

หากเป็นงานขนาดเล็กและมีคนที่ต้องการจ้างชัดเจน การติดต่อโดยตรงก็ทำได้ แต่หากใช้หลายคน ต้องสื่อสารภาษาไทย หรืออยากจัดการโพสต์และวัดผลอย่างเป็นระบบ การจ้างเอเจนซี่จะปลอดภัยกว่า

ควรเลือก Influencer จากจำนวนผู้ติดตามหรือไม่?

ไม่ควรเลือกจากจำนวนผู้ติดตามอย่างเดียว ควรตรวจสอบคุณลักษณะผู้ติดตาม Engagement คอนเทนต์ที่ผ่านมา ความเข้ากับแบรนด์ และความเป็นธรรมชาติของโพสต์ PR

ค่าใช้จ่ายในการจ้าง Influencer ประมาณเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตาม SNS รูปแบบโพสต์ ประเภทงาน การถ่ายทำ สิทธิ์การใช้ต่อ และขนาดแคมเปญ ควรคิดจากเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังของแคมเปญทั้งหมด ไม่ใช่แค่ราคาต่อโพสต์

โพสต์จะคงอยู่ตลอดหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป บางคนอาจมีเงื่อนไขลบโพสต์หลัง 30 วัน 45 วัน หรือ 60 วัน สำหรับ Feed, Reels, TikTok หรือ YouTube หากเป็นไปได้ควรกำหนดให้โพสต์คงอยู่ต่อ

สามารถนำโพสต์ Influencer ไปใช้ในโฆษณาหรือเว็บไซต์ของบริษัทได้หรือไม่?

สามารถใช้ได้หากได้รับอนุญาตเรื่องสิทธิ์การนำไปใช้ต่อล่วงหน้า แต่หากสัญญาไม่ได้รวมสิทธิ์นี้ อาจใช้ในโฆษณา เว็บไซต์ LP หรือเอกสารขายไม่ได้ ควรตรวจสอบสื่อ ระยะเวลา และขอบเขตการใช้งานก่อนจ้าง

ควรใช้ Influencer กี่คน?

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและงบประมาณ หากเริ่มครั้งแรก อาจทดสอบขนาดเล็กก่อนแล้วค่อยปรับจำนวนคนและงบในครั้งถัดไป หากต้องการเพิ่มการรับรู้อาจใช้หลายคน แต่หากเน้นภาพลักษณ์แบรนด์อาจใช้คนที่มีอิทธิพลสูงเป็นแกนหลัก

หลังโพสต์ควรตรวจสอบอะไร?

ควรดูตัวเลขตามเป้าหมาย เช่น Reach, Impression, Like, Comment, Save, Share, Link Click, การใช้คูปอง จำนวนการจอง และการสอบถาม สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่โพสต์เผยแพร่แล้ว แต่ต้องดูตัวเลขที่นำไปปรับปรุงครั้งถัดไป

ปรึกษาแคมเปญ Influencer / KOL Marketing ในไทย

DAYZERO ช่วยคัดเลือก Influencer / KOL วางบรีฟ จัดการโพสต์ และดูแลรายงานผลสำหรับแบรนด์ โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และธุรกิจที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหลายภาษา


เพิ่มเพื่อน LINE DAYZERO

サービス一覧

タイでのSEO対策 バナー
PAGE TOP
LINE ปรึกษาฟรี